จำมิเคยลืม

        ปัจจุบันมีข่าวในสังคมมากมายเรื่องของครูขื่นใจเด็กนักเรียน ครูทำร้ายร่างกายนักเรียน นักศึกษาเกินกว่าเหตุ และมีอีกหลากหลายข่าวบนโลกของสังคมออนไลน์หรือตามหนังสือพิมพ์

        เราเป็นเพียงคนหนึ่งที่อิจฉาคนทำอาชีพนี้มากมากเท่านั้นเอง!! เหตุผลข้อหนึ่งเลยคือเราเคยเข้าไปสอนในโรงเรียนชั้นนำของประเทศ ตัวท๊อปของจังหวัด ตอนนั้นสอนอยู่ 8 ห้อง อยู่ๆก็มีลูกมากถึง 400 คน หรืออาจจะเกินกว่านั้น โดยที่สามียังหาไม่ได้เลย (555+) แต่เราก็รักลูกๆทุกคน มาถึงทุกวันนี้ก็ยังเฝ้ามองเข้าอยู่นะ แบบห่างๆ อย่างห่วงๆน่ะ

        ชีวิตในโรงเรียนมันไม่เหมือนสมัยเราเป็นวัยรุ่นแรกแย้มอินและโหยหาความรัก ค้นหาตัวเอง สนุกสนานกับเพื่อนๆนะ  แต่ชีวิตในโรงเรียนในฐานะครูฝึกสอนเนี่ยเป็นอะไรที่มากกว่านั้นเยอะ มันมีความสุขมาก สนุกกับทุกวันในรั่วโรงเรียน พบเจอผู้ปกครองร้อยแปด (อย่าลืมนะจ๊ะมีลูกถึง 400 คน) มันทั้งวุ่นวายและมีความสุขขนาดไหน เอาง่ายๆ คือเลิกกับแฟนคนล่าสุดเหตุผลหนึ่งก็คือเรื่องนี้แหละ (555+)


สอนอยู่ดีดีเด็กๆเริ่มง่วง ก็ต้องหาอะไรทำให้มันสนุก เล่นรถไฟ  เล่นเกมสุ่มตอบคำถาม  หาเรื่องผีในโรงเรียนมาเล่าให้เด็กฟัง อันนี้ฮามากคือก่ะแค่ว่าอยากหาอะไรให้เด็กตื่นๆ เพราะเรียนเป็นคาบสุดท้ายของวันเลยหาอะไรมาเล่า แต่ก็ไม่คิดว่าจะมีอะไรจนเวลาผ่านไปหนึ่งสัปดาห์  จนได้เข้าสอนห้องเรียนอื่นมีเด็กผู้ชายคนหนึ่งใส่แว่น หน้าตาตั้งใจเรียนมากเลย อยู่ห้องกิ๊ฟคณิต - วิทย์ ด้วยนะจ๊ะ ยกมือถามระหว่างสอนเลยนะ ว่า "ครูครับ!! ทำไมไม่เล่าเรื่องผีในโรงเรียนให้ห้องผมบ้างอ่ะ" (น้ำเสียงที่ถามนะ อีครูนึกว่าเด็กไม่เข้าใจเนื้อหา แต่ไม่เลยจ๊ะ ดูนักเรียนถามครูซิ) สิ้นเสียงคำถามเท่านั้นแหละคุณเอ๊ยยยยยย...!! สอนต่อไม่ได้เลยค่ะ เด็กน้อยวัยใส หัวกะทิ ระดับต้นๆ ของสายชั้น พร้อมใจกันถามครูว่า ทำไมล่ะค่ะ/ทำไมล่ะครับ... เพียงเพราะครูไม่เล่าเรื่องผีให้ห้องหนูฟังบ้าง  จนต้องตั้งข้อตกลงในห้องเดี๋ยวนั้นเลยว่าถ้าเรียนเรื่องนี้จบแล้ว ครูจะเล่าเรื่องผีให้ห้องเธอฟัง  คุณขาาาาาา...เสียงไชโยราวกับว่าถูกชนะเลิศความเป็นเลิศทางคณิตศาสตร์ระดับชาติเลย หลังจากนั้นตั้งใจเรียนมาก ถามไรตอบได้หมด น่ารักจริงๆ แล้วก่อนหมดคาบก็เล่าไปให้ฟังสะโตรก ไม่พอนะค่ะ!! มีแอบฟังเวลาเดินผ่านหน้าห้องขณะที่สอนอยู่ด้วยว่าไปเล่าเรื่องผีเรื่องใหม่ให้ห้องอื่นฟังหรือปล่าว ถ้าใช่นะก็จะทำสัญญาณบอกว่าต้องไปเล่าให้ห้องเขาฟังด้วย ชีวิตที่มีสอนเด็กๆ หรือเขามีปัญหาอะไรมาเล่าให้เราฟัง หรือไปรับรู้ถึงปัญหาเรื่องอะไรของนักเรียนมาก็คิดได้แต่เป็นห่วง จนกระทั่งมีการเขียนข้อความให้นักเรียนลงสมุดจดที่ให้ส่ง เราเองก็พยายามที่จะเขียนจบครบทุกเล่ม เพราะเหมือนมันเป็นการรอคอยว่าครั้งนี้รอบนี้จะเป็นยังไงบ้าง ครูเขาก็จะเขียนอะไรให้เราบ้าง หรือรอบไหนเขียนไม่ทันก็ต้องเก็บพิเศษมาเพื่อจะเขียนให้แต่ล่ะคนจนครบ (การเขียนข้อความไม่มีผลอะไรกับเกรดนะจ๊ะ แต่เป็นเพียงข้อความจากครูถึงลูกๆทุกคน เพราะอยากให้ตั้งใจเรียน)  เพราะเวลาเห็นเขาดีใจที่อ่านข้อความหรือเขียนตอบกลับมา มันคือความจริงใจของเด็ก หรือแสดงออกมาผ่านตัวหนังสือที่เขาเรียน มันคือการถ่ายทอดความตั้งใจของเขาลงบนสมุด และยิ่งสมุดเล่มนั้นเป็นลายมือของนักเรียนที่คุณไม่คิดมาก่อนว่าเขาจะตั้งใจเรียนวิชาของเรามากขนาดนี้ เราในฐานะครูผู้สอนที่สอนในขณะนั้นจะดีใจมากแค่ไหน ที่ได้เห็นสมุดเล่มนั้น (นี่เป็นเพียงเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในโรงเรียน)


     


         ปัจจุบันผู้เขียนจบการศึกษาแล้วจึงไม่ได้สอนต่อ สอนได้เพียงปีการศึกษาเดียวเท่านั้น เวลาล่วงเลยมาจะได้ 2 ปี ปัจจุบันหันมาทำอาชีพเป็นช่างภาพอิสระ ด้วยเหตุผลหลายๆอย่าง และคิดเสมอจะต้องกลับไปสอนหนังสือให้ได้ ด้วยคำสัญญา ด้วยความรักในอาชีพนี้


        จึงอยากจะย้อนถามทุกท่านที่เป็นครูว่า เหตุการณ์ต่างๆ บนโลกสังคมออนไลน์หรือหนังสือพิมพ์ที่เกิดขึ้นคุณไม่รักลูกๆของท่านหรือ ท่านหลงลืมเหตุผลที่มาเป็นครูหรือยัง ท่านลืมแล้วหรือไม่ว่าความหมายที่แท้จริงของคำว่า "ครู" คืออะไร ทำไมใครๆ ต่างนิยามให้คำนิยามศัพท์เรียกวิชาชีพนี้ว่า "ครู"  ทุกวันนี้ดิฉันแม้ไม่ได้เป็นครู แต่ไม่เคยลืมว่าทำไมถึงอยากเป็นครู และสักวันหนึ่งดิฉันจะเป็นครูให้ได้

        แล้วท่านล่ะ!!! จำได้ไหมว่าทำไมถึงเป็นครู

ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม